บทที่ 5 เรียวตะ2
พรึบ!
“ผมไปรับโทรศัพท์ก่อนนะครับ” อยู่ๆรามที่ตอนแรกนั่งเงียบๆก็ลุกพรวดพราดขึ้นและเดินออกไปจากตรงนั้นท่ามกลางสายตาของทั้งสามคนที่ยังนั่งอยู่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรที่ทำให้อีกคนไม่ชอบใจออกไป ทว่าถ้าจะย้อนกลับไปก็คงไม่ทันแล้ว
“ขอโทษนะครับคุณน้า ผมลืมไปว่าเขานั่งอยู่” เรียวตะทำหน้ารู้สึกผิดจริงๆกับกรกนก
“ไม่เป็นไรจ้ะ ยังไงรามก็ต้องยอมรับความจริงให้ได้” กรกนกกล่าวพร้อมกับมองตามหลังลูกชายคนโตของตัวเองออกไปอย่างนึกห่วงอยู่ลึกๆในใจ
“ใช่ มันต้องยอมรับความจริง” เตมินทร์เองก็เห็นด้วยกับสิ่งที่แม่เขาพูดออกมาเช่นกัน
…ด้านราม…
“ฟู่ว~~” หลังจากที่เดินออกมาจากตรงนั้นแล้วรามก็ไม่ได้ออกมาคุยโทรศัพท์ตามที่บอกแม่ไว้ แต่กลับมายืนอัดควันบุหรี่คำใหญ่เข้าปอดเพื่อระบายอารมณ์อยู่แถวบริเวณที่เคยมายืนสูบอยู่ประจำ ความรู้สึกหงุดหงิดที่ได้ยินอะไรไม่ชอบใจทำให้เขาเผลออัดมันเข้าไปอยู่หลายมวน กระทั่งสูบจนพอใจแล้วร่างสูงจึงได้ก้าวพาตัวเองเดินไปที่สวนหลังบ้านต่อ
กึก!
เพื่อมายืนดูใครบางคนก้มๆเงยๆชื่นชมดอกไม้แสนสวยของเธอ
“คิดถึง” คำพูดแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากหนา พร้อมกันนั้นดวงตาคมกริบของเขาก็จ้องมองเธออย่างไม่วางตา ไม่คิดเลยว่าคนที่ตัวเองหลงรักมานานจะต้องกลายมาเป็นพี่สะใภ้ เขายังรู้สึกรับมันไม่ได้เลยจริงๆ แต่ก็นั่นแหละ ถึงจะรับมันไม่ได้แต่เขาเองก็ทำอะไรไม่ได้เช่นกัน
“อ้าว! ราม นายมาด้วยเหรอ โทษทีนะฉันมัวแต่อยากเห็นดอกไม้ที่เอามาปลูกไว้ยังไม่ได้เข้าไปทักทายใครเลย กะว่าอีกสักพักถึงจะเข้าไป” ไอริสที่บังเอิญหันเห็นรามเข้าพอดีจึงเอ่ยทักขึ้น ทำให้คนที่ยืนแอบมองอยู่จำใจต้องเดินก้าวไปหาเธอ
“เธอได้ฤกษ์แต่งแล้วงั้นเหรอ” ปากหนาขยับเอ่ยถามในสิ่งที่ตัวเองได้ยินมาทันทีทั้งที่แววตาก็ยังคงนิ่งอยู่ แต่ในใจมันแสนเจ็บร้าวเหลือเกิน
“ใช่ ต้นปีหน้านี้แหละแต่ยังไม่ได้ลงวัน”
“ไม่เร็วไปเหรอ”
“เร็วอะไรกัน ฉันแก่ลงทุกวันๆต้องรีบหน่อยสิ”
“เธออยากแต่งกับมันมากสินะ” แม้ว่าจะรู้สึกเจ็บปวด ทว่าเขาก็เลือกที่จะถามมันออกไปอีกครั้ง
“นายก็ถามแปลกๆ คนรักกันก็ต้องอยากแต่งงานกันอยู่แล้วป่ะ”
“จะเน้นย้ำฉันไปถึงไหนว่าเธอรักคนอื่น”
“นายถามฉันเองนะราม แล้วฉันก็ย้ำจนกว่านายจะเข้าใจนั่นแหละ” ไอริสบอกกับคนตรงหน้าพร้อมจ้องมองเข้าไปในดวงตาคมของเพื่อนที่เคยสนิทใจกันมากๆ แต่เขากลับเป็นผู้ทำลายมันด้วยการคิดไม่ซื่อกับเธอ
“หึ!”
“ฉันว่าบางทีนายควรจะลองเปิดใจให้ใครสักคนดูบ้างนะรามเผื่อฉันจะได้เพื่อนคนเดิมกลับมา”
“สุดท้ายเธอก็ไล่ฉันไปหาคนอื่น…คงอึดอัดมากสินะ”
“ฉันไม่ได้อึดอัด”
“งั้นก็คงอยากให้ฉันไปพ้นๆ?”
“ราม! นายเริ่มพูดไม่รู้เรื่องแล้วนะ ฉันว่าฉันไม่คุยกับนายแล้วดีกว่า” ไอริสที่เริ่มไม่พอใจคนพูดไม่รู้เรื่องจึงคิดจะเดินหนี
ทว่า…
หมับ!
รามกลับจับแขนของเธอไว้และดึงเข้าหาตัวเอง
“ปล่อยนะราม”
“เรายังคุยกันไม่จบ”
“ก็นายคุยไม่รู้เรื่อง” ไอริสเงยหน้าขึ้นไปจ้องตากับคนตัวสูงอย่างไม่ยอมกัน ที่ผ่านมาเธอชัดเจนมาตลอดว่าคิดกับเขาแค่เพื่อนแต่อีกคนกลับไม่ยอมรับความจริง
“ไอริส” และในระหว่างที่ทั้งสองกำลังถกเถียงกันด้วยสายตาอยู่นั้นก็มีเสียงของใครบางคนเดินเข้ามาเรียกชื่อคนรัก ทำให้รามต้องยอมปล่อยมือออกจากแขนของไอริสและหันไปมองอีกคนอย่างไม่สบอารมณ์
“ไอริสกำลังจะเข้าไปพอดีเลย พี่เรียวตะมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“คุณน้าให้มาตามไปทานข้าวเย็นกันน่ะ” เรียวตะบอกกับคนรักแต่ปรายตาไปมองน้องชายต่างมารดาด้วยความไม่ชอบใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ได้เอ่ยอะไร
“งั้นไปกันเถอะไอริสก็หิวแล้ว” ว่าแล้วไอริสก็คว้ามือเรียวตะเดินผ่านหน้ารามไปอย่างจงใจ เธอไม่ได้ทำเพื่อให้รามหึงหวงแต่อย่างใด เธอแค่ทำทุกอย่างให้ชัดเจนเหมือนที่เคยทำมาตลอด การแบ่งเส้นคำว่าเพื่อนของเธอกับรามมันชัดเจนมาตลอดอยู่แล้วจริงๆ…
@ห้องนั่งเล่นของสองพี่น้อง…
“หึ! ย้อมใจหน่อยมั๊ย” น้ำเสียงพูดติดกวนของน้องชายลอยมาพร้อมกับร่างสูงที่นั่งลงตรงข้ามเขา ในมือถือแก้วกับขวดเหล้าชั้นดีติดมาด้วย
รามไม่ได้เข้าไปร่วมวงบนโต๊ะอาหารพร้อมใครๆ เพราะยังคงกลัวตัวเองเก็บอาการไม่ได้หากว่าต้องเผชิญหน้ากับไอริสและเรียวตะ ซึ่งทุกคนก็เข้าใจ
